Somsak Sanprasert  (69 views)

 
Somsak hasn't updated their status in a while...

Age

42

Location

Thailand

Birthday

March 31
 
Advertisement

Info

http://sosanpt.hi5.com - Send it to your friends

Age

42

Birthday

March 31

Location

Thailand

Languages

Thai
 

Interests

เคยเป็นอาจารย์พิเศษ
มหาวิทยาลัย
2540-2544 วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิชาดาราศาสตร์ปฏิบัติสำหรับวิศวกรสำรวจ
2549-2551 วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
วิชาการคำนวณปรับแก้ และงานรังวัดยีออเดติก

Favorite Music

ชอบอ่านและฟัง อัลกุรอ่าน
 

Favorite Movies

ไม่มี
 

Favorite TV Shows

ข่าว
 

Favorite Books

นิติศาสตร์อิสลาม
 

Favorite Quote

คงเส้น คงวา สม่ำเสมอ เป็นธรรม มุ่งมั่น อัลอิมาน
 

hi5 Games

Play hi5 Games

Somsak hasn't played any games recently.

 

Applications

Browse Applications

Youtube Greetings
Create, Send and Receive Video greetings

Poker Palace
Casino-style Texas hold 'em poker. It's the real deal!

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

Somsak has no unwrapped gifts.
 

Fives

Give' em Five

Comments | View All Entries

Leave a comment for Somsak

Oct 13 12:28 AM
wirat says:
 
ไม่อยากบอกหรอกว่าเมื่อไหร่ ... ที่ไหน ... ถึงบอกไป .. คนที่ไม่ไปก็ไม่รู้เรื่องอะไรเขาหรอก .. "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ยังไม่เท่ามาด้วยตัวเอง" 555++ Photobucket
 
Sep 16 3:37 AM
wirat says:
 
ลองคิดอะไรเล่น ๆ ดูน่ะ ว่ากิจกรรมนี้จะส่งผลการทบต่อภาวะโลกร้อยเพิ่มขึ้นหรือไม่ 555++ โลกร้อน 1โลกร้อน 2โลกร้อน 3โลกร้อน 4โลกร้อน 5
 
Jul 22 9:47 AM
wirat says:
 
ด้วยความเชื่อที่ว่า ปัญหาที่รุนแรงที่สุดของไวรัสไขหวัดใหญ่ 2009 ในปัจจุบันของสังคมไทยของเรา คือ
“ความไม่รู้” หรือ “รู้ไม่จริง” เป็นปัญหายิ่งกว่า “ไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009”
เราทุกคนควรสืบค้น ความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะยุคปัจจุบัน ความรู้ทางอินเตอร์เนตมีมากมาย แต่เพราะคนไทยเราขาดหรือไม่อ่านมากกว่า จึงไม่รู้จริง สื่อมวลชนก็กระพือข่าว ขายข่าว ทำให้คนในสังคมสับสน ตื่นกลัว โดยไร้สติ ขาดความยั้งคิด วันนี้ก็ลองนำคู่มือของกระทรวงสาธารณสุขไปปฏิบัติ เพื่อป้องกัน หลีกหนีจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 รับรองได้ผลแน่ ๆ โอกาสต่อไปจะรวบรวมความรู้เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ 2009 ส่งมาให้ต่อไป

วิรัตน์ วัฒนฤกษ์
22/07/09

กระทรวงสาธารณสุข
คู่มือ การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
สำหรับประชาชน

โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ติดต่อได้ โดยการไอหรือจามรดกันโดยตรง หรือการติดต่อผ่านทางมือที่สัมผัสของปนเปื้อน เสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โทรศัพท์ โต๊ะ เก้าอี้ แป้นคอมพิวเตอร์ ไมโครโฟน และเคาน์เตอร์ เป็นต้น แล้วใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา ป้ายปาก โดยไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจลก่อน

อาการ
ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก อาจมีอาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย ในรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย อาจเสียชีวิตได้

การป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009
1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล เพื่อฆ่าเชื้อโรค
2. หลีกเลี่ยงการคลุกคลี ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัด หรือในที่ชุมชนหนาแน่น หากจำเป็นให้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
3. ปิดปาก ปิดจมูก ด้วยกระดาษทิชชู เมื่อไอจาม และต้องล้างมือทุกครั้ง
4. หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น (กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ)
5. ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ
6. ติดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำ สำหรับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009
1. สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
2. หยุดงาน หยุดเรียน และพักผ่อนอยู่ที่บ้านจนกว่าจะหาย ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง เช่น ไข้ต่ำ ๆ ไม่เหนื่อย รับประทานอาหารได้ หากมีอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย ซึม หอบเหนื่อย หรือ รับประทานยาลดไข้แล้ว 48 ชั่วโมง ไข้ยังไม่ลด ควรพบแพทย์ทันที
3. ใช้กระดาษทิชชู ผ้าเช็ดหน้า ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอจาม และต้องล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือ แอลกอฮอล์เจล ทำความสะอาดมือ
4. ไม่ควรคลุกคลี ใกล้ชิด หรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ควรพักผ่อน และดื่มน้ำมากๆ
5. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด หอบหืด เบาหวาน ภูมิต้านทานต่ำ หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี โรคอ้วน หากเป็นหวัด ต้องพบแพทย์ทันที

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สายด่วนไข้หวัดใหญ่ 2009
กระทรวงสาธารณสุข โทร. 1422
www.moph.go.th
 
 
Apr 26 9:07 AM
wirat says:
 
26 เมษายน 2552
ครับ .... มาถึงวันนี้เหตุการณ์บ้านเมืองค่อย ๆ คลี่คลายลงไป
แต่เราก็ยังไม่สามารถไว้วางใจว่ามันจะสงบสุข ....
ก็ได้แต่เพียงภาวนาให้พระสยามเทวาธิราชที่ปกปักรักษาบ้านเมืองของเรา
จงดลบันดาลให้คนไทยเราทุกคน คิด วิเคราะห์ ข่าวสาร ข้อมูลอย่าง “มีสติ”
ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีหน้าที่และเกี่ยวข้องกับสถานการณ์
โปรดใช้วิจารณญาณแก้ปัญหาบ้านเมืองอย่างสันติ
โปรดอย่าใช้ความรุนแรง รบราฆ่าฟันกัน ........
ท้ายที่สุดขออัญเชิญพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
เตือนสติทุกคนอีกครั้งหนึ่ง ......

ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริม "คนดี"
ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุม "คนไม่ดี" ไม่ให้มีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้
 
Apr 12 7:04 PM
wirat says:
 
ครับ .... ณ เวลานี้ ขาดอะไรก็ขาดได้ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ "สติ"!

13 เม.ย. 2552 สงกรานต์เลือด
เพิ่งจะกลับมาถึงกทม. เมื่อคืนนี้เอง .. ก็ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา
ครับ ... ก็คงเป็นวันสงกรานต์เลือด กลียุคในบ้านเมืองของเรา และมันจะเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่ง ที่จะต้องจารึกไว้ให้ลูกหลานไทยจดจำต่อไปอีกนานเท่านาน
ณ เวลานี้ .... ไม่เพียงแต่นายกฯ อภิสิทธิ์เท่านั้นที่ยับเยิน "ประเทศไทย" ของเราก็ "ย่อยยับ" ไปแล้ว !
จงประคองสติเอาไว้ให้ตลอด อย่าให้อารมณ์โกรธ อารมณ์เครียด อารมณ์ทุกข์หม่นเศร้ามาครองใจแทนสติเป็นอันขาด ตราบใดที่ยังมีสติ จะเห็นทางออกของสถาบันและบ้านเมือง เพราะสติมา-ปัญญาเกิดครับ
อย่าโทษใคร อย่าน้อยใจใคร อย่าคับแค้นใคร อย่าไปประชด-ประชันใคร ต้อง "ดูใจ-ถามใจ" ตัวเราเองดี ๆ ก่อนในทุกเรื่อง อย่าหวังคอยให้คนอื่นมาช่วยชาติ ถ้าตัวเราเองไม่ช่วยก่อน สำหรับรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะนายกฯ อภิสิทธิ์ "ตำหนิกันมาพอแล้วครับ" อย่าไปพูดจาซ้ำเติมอะไรอันเป็นการทอนกำลังใจในขณะที่ท่านต้องทำหน้าที่ "ผู้นำสังคมชาติ" อีกเลย
 
Apr 8 8:30 AM
 
ขอบคุณครับ...
 
Apr 2 9:04 AM
 
ขอโทษทีผมไม่ค่อยได้เข้ามาเลย งานมากจริงๆ รบกวนทำหน้าที่แทนหน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
 
Mar 31 6:15 PM
wirat says:
 
ธรรมะสวัสดี ...
อย่าปล่อยให้เวลาว่างมันมากนักน่ะ ...
เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าเวลามันช่างยาวนานเหลือเกิน ...
นั่น ... แสดงถึงความไร้ค่าของตัวเรา
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าเวลามันช่างน้อยเหลือเกิน
นั่นแหล่ะ .. แสดงถึง “คุณค่า” ของตัวเราเอง

"ความรักก็เหมือนต้นไม้ ต้องหมั่นรดน้ำ พรวนดินอยู่เสมอ
แต่คนเราพออยู่ด้วยกันนานๆ ความเคยชินมักจะทำให้เราลืมสิ่งดี ๆ ที่เคยทำเคยทำให้แก่กัน "

"ความรัก" ที่ให้ไปนี้ .. มันไม่ได้บอกว่าต้องคนรักตามที่เธอเข้าใจอย่างเดียวหรอกน่ะ
ทุก ๆ คนที่เรารัก ทั้งพ่อ แม่ พีน้อง เพื่อน ๆ ทั้งนั้นแหล่ะ ...
ความเคยชินมักจะทำให้เราลืมสิ่งดี ๆ ที่เคยทำเคยทำให้แก่กัน
 
Mar 31 9:37 AM
 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ

ขอให้อัลลอฮุทรงประทานริสกรีแด่ท่าน

ตลอดทั้งปี

อามีน
 
Mar 31 1:58 AM
wirat says:
 
สวัสดี .. ผมร้องเพลงไม่เป็นเลยจริง ๆ ให้คนรักร้องให้ฟังแล้วกันน่ะ
คำอวยพรทั้งหมดอยู่ในเนื้อเพลงนี้แล้ว ... แกะเอาเองแล้วกันน่ะ
อยากได้อะไร ... ก็จงไขว่ตว้าสิ่งเหล่านนั้มาให้ได้

ให้โชคดี สุขี วัน เกิด
สิ่ง ประเสริฐ ใด หวัง ตั้ง ใจ
ให้ได้สม ดัง ฝัน ใฝ่
จิตแจ่มใส ทุกวัน ทุกคืน
ให้ร่ำรวย เงินทอง ยศศักดิ์
ให้คนรัก มากมี ดาษดื่น
ทำสิ่งใด จงลุล่วง ราบรื่น
อายุยืน ปลอดโรค ปลอดภัย

แฮปปี้เบิดร์เดทูยู
แฮปปี้เบิดร์เดทูยู
แฮปปี้เบิดร์เด แฮปปี้เบิดร์เด
แฮปปี้เบิดร์เดทูยู
 
Mar 30 10:49 PM
 
happy birthday นะคะ มีความสุขมาก ๆ นะค่ะ
 
 
Feb 18 8:55 PM
wirat says:
 
ปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาวิกฤติของชาติในปัจจุบัน
มันควรจะเป็นวาระแห่งชาติ และต้องดำเนินการปฏิรูปอย่างจริงจังและเข้มแข็ง
การปฏิรูปที่จัดทำขึ้นมาในช่วง 10 ปีมานี้ ผมว่าล้มเหลวและเดินทางผิดอย่างมหันต์
ปากก็บอกว่าปฏิรูปการศึกษาโดยเน้นการศึกษาที่ว่า "นักเรียนสำคัญที่สุด"
ผมว่าขี้หกทั้งเพ ... คิดดูก็แล้วกันก่อนปฏิรูป
กระทรวงศึกษาธิการมีซี 11 คือปลัดกระทรวงคนเดียว แต่หลังปฏิรูป
มีซี 11 ถึง 5 คน (ปลัด สพฐ. อุดมศึกษา อาชีวะ และสภาการศึกษา)
ก่อนปฏิรูปมีอธิบดีซี 10 เพียง 15 คน แต่หลังปฏิรูปมี ผอ.เขตพื้นที่ถึง 175 คน
แต่ละเขตมีรอง ผอ.เขตถึง 9-10 คน มันงานอะไรกันนักหนา ใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้น
คิดดูแล้วเด็กหรือผู้ใหญ่กันแน่ที่ได้ประโยชน์จริง ๆ
นี่คือระบบบริหารของกระทรวงจากการปฏิรูปล่ะ

ส่วนในโรงเรียนครูทั้งหลายก็มัวแต่ทำผลงานเข้าสู่ตำแหน่ง ได้รับทั้งเงินประจำตำแหน่ง
มากมายแต่ทิ้งนักเรียน หันไปเอาดีทางการทำผลงาน แล้วผลที่เกิดกับนักเรียนล่ะ
เห็น ๆ กันอยู่ นี่คือที่มาของปัญหา ซึ่งสะสมมานานนับ 10 ปี
คุณลองเก็บข้อมูลของโรงเรียน แม้มหาลัยก็ตามเถอะครับ
โรงเรียนใดที่มีอาจารย์ 3 เยอะ ๆ
ผมว่าโรงเรียนนั้นล้มเหลวทางด้านคุณภาพของนักเรียนแน่นอน
เช่าเดียวกัยมหาลัยนั่นแหละ มหาลัยที่เต็มไปด้วย ศ. รศ. ผศ.
ส่งผลสัมฤทธิ์ และคุณภาพของนักศึกษาจริงหรือไม่
ไม่รู้จะแก้อย่างไร และให้ใครเป็นคนแก้ มืดมนเต็มที

หลักสูตร ระบบการเรียนการสอนก็ดี สมัยคุณผมคิดว่าช่วงนั้น
ปัญหาคือ จบ ป.4 อ่านหนังสือไม่ออก
แต่หลังจากคุณจบ ม.6 หมาด ๆ ปัญหาจบ ป.6 อ่านหนังสือไม่ออก
ต่อมาอีกสัก 10-15 ปี จบ ม.3 อ่านหนังสือไม่ออก
ปัจจุบันกำลังมีพบว่า จบ ม.6 อ่านหนังสือไม่ออก ผมเชื่อเกิดขึ้นแล้ว หรือไม่นานนี่แหละ
ต่อไปคงถึงยุคที่จบปริญญาตรีอ่านหนังสือไม่ออกก็ได้ ถ้ามันยังคงสภาพเช่นนี้ต่อไป

ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือคุณภาพครูปัจจุบัน
คุณเชื่อไหม 10 ปีมานี้ จปริญญาตรีออกมาให้สอนตรงตามวิชาเอก ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี
คณิตศาสตร์ ไม่กล้าสอน สอนไม่ได้

ยังดีน่ะ ... ที่คุณสอนคณะวิศวะซึ่งสามารถคัดเลือกระดับหัวแถวในแต่ละปีไปแล้ว
แล้วคุณลองคิดดูว่า คณะวิทยาศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ ฯลฯ
คุณภาพของนักเรียนที่เข้าไปเรียนจะด้อยคุณภาพขนาดไหน

นักเรียนปัจจุบัน ความรับผิดชอบไม่มีเลย ความขยันหมั่นเพียงไม่ต้องพูดถึง
มันมาเรียนทุกวันก็เป็นบุญคุณต่อครูผู้สอนแล้ว
นักเรียนไม่มีตก ถ้าตกครูโดนเพ่งเล็ง โดน .... ฯลฯ ยากบรรยาย
แล้วนักเรียนมันจะเรียนไปทำไม ขยันไปทำไม
การสอบเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา คุณดูผลการสอบก็ได้
คะแนนเพียง 25 -30 % ก็สอบได้แล้ว
ผมเชื่อว่านักเรียนจบ ม.6 ปัจจุบันที่มีคุณภาพสอบผ่านจริง ๆ ไม่เกิน 10,000 คน
จากนักเรียนที่จบออกมาปีละเกือบ 200,000 คน คิดเป็นกี่เปอร์เซนต์

โชคดีที่ผมได้ออกมาก่อน ... มิฉะนั่นก็ต้องทนทรมาณกับกระบวนการอัเหลวแหลกนี้
คุณคิดดูสมัยคุณที่เรียนฟิสิกส์มีสอบผ่านสักกี่คน เกรด 3 เกรด 4 ไม่ต้องพูดถึง
ถ้าไม่แน่จริง ... แต่ปัจจุบันไม่ใช่ เชื่อถือไม่ได้เลย คุณคิดดูก็แล้วกัน
ปัจจุบันนักเรียนวิทย์ ทล. จบออกมาเกรดเฉลี่ยมากกว่า 3 เกินครึ่ง
สมัยคุณใครได้เกรดขนาดนี้รับรองได้เลย ... ปัจจุบันไม่ใช่
คุณลองดูเกรดนักเรียน ม.ปลาย ที่เข้าไปเรียนกับคุณก็ได้ คะแนนสูง ๆ ทั้งนั้น
แต่จะรู้เรื่องตามคะแนนเฉลี่ยหรือไม่ อีกเรื่อง

ที่ผมสอนนักเรียนในช่วง 10 ปีมานี้
ไม่มีนักเรียนสอบตกเลย คุณคิดดูก็แล้วกันว่ามันทรมาณใจแค่ไหน
บางวิชานักเรียนแทบไม่มาเรียนให้เห็นหน้า ยังได้เกรด 3 เกรด 4 ครูนั่นแหละผิด
ให้มันผ่านไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย แถมได้รับความชมเชยจากฝ่ายบริหารอีก
ใครสอนนักเรียนตกมากโดนตำหนิ หารู้ไม่ว่านักเรียนสอบตกครูนั่นแหละต้องเหนื่อย
ต้องมาซ่อม ฯลฯ เงินก็ไม่ได้ มันไม่มีค่าสอนซ่อมเสริม สอบแก้ตัว

จะให้เขียน 2 หน้าก็ไม่หมด ผมกำลังตั้งใจจะเขียนบทความเรื่องนี้
พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้รัฐบาลพิจารณาเหมือนกัน

แค่นี้ก่อนน่ะ อย่างไง ... คุณก็ต้องทำใจ
ถ้ายังสอนอยู่ ... ก็ต้องปลง คณะอื่น ๆ แย่กว่าคุณอีกมากมายนัก

ผมเชื่อว่าจบปริญญาตรีทุกคณะ ทุกสถาบันในปัจจุบันทำงานไม่ได้เลย
ต้องมาเรียนรู้งานเอาใหม่ทั้งนั้นแหละ ผมก็เลยแนะให้เรียนอะไรก็ได้ ให้มันจบออกมาก่อน
แล้วค่อยไปเรียนรู้งานเอาทีหลัง ข้อสำคัญ คือคุณต้องหางานทำให้ได้
ให้เขารับคุณทำงานก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เพราะมันเป็นอย่างนี้จริง ๆ
ต่อให้จบวิศวะก็เถอะ ... จะมีสักกี่คนที่ทำงานได้ทันทีที่จบออกมา
ยกเว้นแพทย์เท่านั้นแหละ ... เพราะโชคดีที่เอาส่วนหัวที่สุดของแต่และรุ่น ๆ ไปเรียน

ส่วนคณะอื่น ๆ ผมก็ว่าเหมือน ๆ กันทั้งนั้นแหละ
 
Feb 18 7:20 PM
wirat says:
 
สวัสดีครับ

อย่าลืมส่งข่าวบอกด้วยน่ะ จัดงานเมื่อไหร่
บอกล่วงหน้าหน่อย จะเตรียมได้ถูก

ของฝากวันนี้ ...

ปราชญ์ขงจื้อกล่าวไว้ว่า ...

"บัณฑิตย่อมไม่เป็นทุกข์ เพราะว่าไม่มีฐานะตำแหน่ง
แต่เป็นทุกข์เพราะไม่มีคุณธรรมในตัว"
 
Feb 12 10:40 PM
 
ดีเพื่อน สบายดีไม๊
 
Dec 18, 2008 6:00 AM
 
น้องน่ารักจังเลยค่ะ

Title
body